<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>social complexity | SunDay</title>
	<atom:link href="https://sunday.tripinchiangmai.com/tag/social-complexity/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://sunday.tripinchiangmai.com</link>
	<description>Article</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 May 2017 08:22:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.8.1</generator>
	<item>
		<title>ทฤษฎีไร้ระเบียบกับซุนหวู่</title>
		<link>https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ab.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%258e%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ab</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2008 09:40:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Chaos]]></category>
		<category><![CDATA[complex system]]></category>
		<category><![CDATA[dynamic complexity]]></category>
		<category><![CDATA[generative complexity]]></category>
		<category><![CDATA[social complexity]]></category>
		<category><![CDATA[ความซับซ้อนทางสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ความซับซ้อนที่บานปลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความซับซ้อนที่มีพลวัต]]></category>
		<category><![CDATA[ซุนหวู่]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีไร้ระเบียบ]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีไร้ระเบียบกับซุนหวู่]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบซับซ้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://sunday.tripinchiangmai.com/?p=22</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิชาการหลายคนที่สนใจเรื่องระบบซับซ้อน (complex system) ได้แบ่งประเภทของความซับซ้อนไว้อย่างน่าสนใจว่า มันมีด้วยกัน 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ ความซับซ้อนที่มีพลวัต (dynamic complexity) ความซับซ้อนทางสังคม (social complexity) และความซับซ้อนที่บานปลาย (generative complexity) ถ้าระบบใดที่ความซับซ้อนยังมีดีกรีต่ำ การแก้ปัญหาแบบวิธีเดิม ก็พอจะเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าระบบใดที่มีความซับซ้อนสูงจนถึงขั้นสูงยิ่ง วิธีแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว เช่น วิธีการ &#8220;สั่งการและควบคุม&#8221; (command and control) จะไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะระบบที่มีความซับซ้อนสูงจะไม่ทำงานดุจดังเครื่องจักร ที่เดินไปเป็นเส้นตรง และยิ่งความซับซ้อนทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกันและกัน ระบบมันจะเดินไม่ปกติ มันจะคดเคี้ยวพลิกผันได้ง่าย สถานการณ์และพฤติกรรมของระบบจะขึ้นๆ ลงๆ มีทิศทางที่คาดเดายาก ระบบใดก็ตามเมื่อเข้ามาอยู่ในสภาวะเช่นนี้จะเปราะบาง กระทบง่าย เรื่องเล็กๆ สามารถส่งผลกระทบปฏิกิริยาลูกโซ่ และมีการป้อนกลับกันไปมาเชิงยกกำลัง (reinforcing feedback) จนบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทฤษฎีไร้ระเบียบ หรือบางคนเรียกว่าทฤษฎีโกลาหล (chaos theory) ได้พูดเชิงอุปมา &#8220;ผลกระทบผีเสื้อ&#8221; (butterfly [&#8230;]</p>
The post <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ab.html">ทฤษฎีไร้ระเบียบกับซุนหวู่</a> first appeared on <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com">SunDay</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นักวิชาการหลายคนที่สนใจเรื่องระบบซับซ้อน (complex system) ได้แบ่งประเภทของความซับซ้อนไว้อย่างน่าสนใจว่า มันมีด้วยกัน 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ ความซับซ้อนที่มีพลวัต (dynamic complexity) ความซับซ้อนทางสังคม (social complexity) และความซับซ้อนที่บานปลาย (generative complexity) ถ้าระบบใดที่ความซับซ้อนยังมีดีกรีต่ำ การแก้ปัญหาแบบวิธีเดิม ก็พอจะเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าระบบใดที่มีความซับซ้อนสูงจนถึงขั้นสูงยิ่ง วิธีแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว เช่น วิธีการ &#8220;สั่งการและควบคุม&#8221; (command and control) จะไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะระบบที่มีความซับซ้อนสูงจะไม่ทำงานดุจดังเครื่องจักร ที่เดินไปเป็นเส้นตรง และยิ่งความซับซ้อนทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกันและกัน ระบบมันจะเดินไม่ปกติ มันจะคดเคี้ยวพลิกผันได้ง่าย สถานการณ์และพฤติกรรมของระบบจะขึ้นๆ ลงๆ มีทิศทางที่คาดเดายาก ระบบใดก็ตามเมื่อเข้ามาอยู่ในสภาวะเช่นนี้จะเปราะบาง กระทบง่าย เรื่องเล็กๆ สามารถส่งผลกระทบปฏิกิริยาลูกโซ่ และมีการป้อนกลับกันไปมาเชิงยกกำลัง (reinforcing feedback) จนบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทฤษฎีไร้ระเบียบ หรือบางคนเรียกว่าทฤษฎีโกลาหล (chaos theory) ได้พูดเชิงอุปมา &#8220;ผลกระทบผีเสื้อ&#8221; (butterfly effect) ผลกระทบผีเสื้อนั้น คนไทยเราน่าจะยังจดจำกันได้ดี เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับสังคมไทยมาแล้ว 2 ครั้งในเวลาไม่ถึง 10 ปี</p>
<p>ครั้งแรกคือเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในกรุงเทพฯ แล้วเป็นโรคระบาดลามไปทั่วทั้งทวีปเอเชีย จนกระทบไปถึงทวีปอเมริกาใต้ที่ฝรั่งเรียกว่า &#8220;โรคระบาดต้มยำกุ้ง&#8221; เหตุการณ์เชิง &#8220;ผีเสื้อกระพือปีก&#8221; ครั้งที่สองก็เป็นกรณีที่หนังสือพิมพ์เขมรอ้างว่า &#8220;น้องกบ&#8221; สุวนันท์ คงยิ่ง กล่าววาจาดูถูกคนเขมรทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงคนไทยจนเกิดบานปลายถึงขั้นเผาสถานทูตไทย และกิจการร้านค้าของคนไทย จากเรื่องที่ไม่มีอะไรกลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงระหว่างประเทศ</p>
<p>ทฤษฎีไร้ระเบียบเตือนให้เราคิดและทำด้วยจิตปัญญา (contemplative thinking) ให้มองเห็นภาพใหญ่ทั้งหมดของระบบ และตระหนักต่อสภาพอ่อนไหวเปราะบางของระบบ เมื่อมันเคลื่อนตัวไกลออกมาจากจุดสมดุล (far from equilibrium) ทฤษฎีไร้ระเบียบย้ำอย่างหนักแน่นว่าการจัดการกับสถานการณ์ที่อ่อนไหวยิ่งเช่นนี้ ไม่ควรใช้กำลังและความรุนแรงเข้าแก้ปัญหา เพราะจะยิ่งทำให้เรื่องราวเลวร้ายลงไปกว่าเดิมอีก</p>
<p>ผมมีโอกาสได้อ่านบทความของ จิม จิเมียน (Jim Gimian) ที่เขียนลงในนิตยสาร Shambhala Sun ฉบับมกราคม 2544 เขาได้ตีความตำราพิชัยสงครามซุนหวู่ไว้อย่างน่าสนใจ และผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์สังคม และการเมือง ที่เปราะบาง กระทบง่าย ณ เวลานี้</p>
<p>ซุนหวู่ได้ย้ำชัยชนะที่ยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องทำสงคราม ซึ่งหมายถึงการเอาชนะความขัดแย้งโดยไม่ต้องใช้กำลังนั่นเอง จิมพูดว่า จะทำเช่นนี้ได้ต้อง taking whole หรือหมายถึงต้องคิดเป็นองค์รวม ต้องเห็นภาพใหญ่ทั้งหมด คือ เห็นทั้งตัวเรา เห็นคู่ต่อสู้และเห็น &#8220;ฟ้า&#8221; คือสภาพที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา เป็นอิทธิพลที่เราทำอะไรไม่ได้ แต่เราอาจจะมีญาณทัศน์ (intuition) พอจะสัมผัสได้บางๆ (sense) ว่าจะเป็นอย่างไร หรือไปทิศใด</p>
<p>ขณะเดียวกันเมื่อรู้ฟ้าแล้ว ก็ต้องรู้ดิน ดินคือสภาพการณ์หรือสถานการณ์ที่เป็นจริงในเวลานี้ ว่าเป็นอย่างไร เราและคู่ต่อสู้ยืนอยู่ตรงไหน และอย่างไร ดินหรือสถานการณ์เองก็ไม่ได้นิ่ง มันเคลื่อนตัวไปมา เราจำเป็นต้องตระหนักต่อสภาวะดังกล่าวตลอดเวลา ข่าวสารข้อมูลที่แม่นยำเป็นสิ่งจำเป็น ผู้นำจะต้องมีอารมณ์สงบ รักษาความแจ่มชัดในการพินิจพิจารณาตลอดเวลา สายตาต้องไม่ฝ้ามัวด้วยความโกรธหรือมิจฉาทิฐิ</p>
<p>จิมพูดถึงศิลปะของซุนหวู่ในการทำงานกับความปั่นป่วนและไร้ระเบียบ (chaos) ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ &#8220;แก่นแท้ของการยุทธ์ และชีวิตที่แท้จริงมักจะทำนายให้แม่นยำได้ยาก มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและสับสนวุ่นวาย ความไร้ระเบียบมันเกิดขึ้นเมื่อกติกาเก่า กฎเกณฑ์เก่า และระบอบเก่ากำลังจะหมดสภาพ แต่ระเบียบใหม่ กติกาใหม่ และระบอบใหม่ก็ยังไม่ทันเกิด มันเป็นห้วงเวลาที่ไม่มีอะไรแน่ และเป็นอันตรายเมื่อสรรพสิ่งที่ดูแข็งแกร่งได้แตกลงเป็นเสี่ยง ผู้นำที่ชาญฉลาดจะไม่หวั่นไหวกับความปั่นป่วน เขายังสงบเยือกเย็นเพราะเห็นภาพรวม เพราะท่ามกลางความปั่นป่วนสับสนนี้เขาได้เห็นร่องรอยของระบบที่กำลังฟอร์มตัวขึ้นมา ดังเช่นท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายของพายุเฮอร์ริเคนที่เคลื่อนตัวแถบชายฝั่งดูเสมือนทำนายยาก เราสามารถมองเห็นรูปร่าง (pattern) ของมันได้ ความไร้ระเบียบกับความเป็นระเบียบจึงเป็นสองด้านของเหรียญ ทั้งสองส่วนนี้แหละประสบการณ์องค์รวมของเรา เราเห็นความดีและความชั่ว เห็นความไม่เป็นธรรมกับความยุติธรรม เห็นทั้งความสับสนและความแจ่มชัด รู้ว่าทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันและกันและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>
<p>&#8220;ความไร้ระเบียบเกิดจากความมีระเบียบ</p>
<p>ความกลัวเกิดจากความกล้า</p>
<p>ความอ่อนแอเกิดจากความเข้มแข็ง&#8221;</p>
<p>ห้วงเวลาที่มีความไร้ระเบียบเกิดขึ้นมักเป็นช่วงที่มีความยากลำบากและทุกข์ใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นห้วงเวลาที่มีพลวัต เป็นเวลาของการเปิดกว้างครั้งใหญ่ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น มันเป็นโอกาสของการสร้างสรรค์ ผู้นำที่ฉลาดต้องมองทะลุเรื่องนี้ เห็นศักยภาพของสรรพสิ่งที่กำลังก่อตัวแล้วชื่นชมมัน เพราะเขาไม่หุยดนิ่งอยู่กับที่ ทำตัวได้เสมือนน้ำ ความไร้ระเบียบจึงไม่ได้เป็นภัยคุกคามเขา</p>
<p>เมื่อความไร้ระเบียบคือห้วงเวลาที่มีพลานุภาพ เขาจึงรู้จักใช้มันให้เป็นประโยชน์ เขาจึงไม่ด่วนลงมือปฏิบัติการ เมื่อมันยังไม่สุกงอม เขารู้จักรอคอยอย่างสงบ รอคอยจังหวะที่จะใช้ &#8220;พลังฉี&#8221; แม้มันจะไม่มากแต่พลิกสถานการณ์ได้ ผู้นำจะต้องไม่คลาดสายตาจากภาพรวม ไม่ปล่อยให้ &#8220;เฉพาะส่วน&#8221; ที่มาทำลาย &#8220;ส่วนใหญ่&#8221; เขาจึงฝึกฝนตนเองให้มีความลุ่มลึกในวิธีพิจารณา มีสติ และปล่อยวางพฤติกรรมเดิมๆ เขาเห็นทั้งหมด เห็น &#8220;ฟ้า&#8221; เห็น &#8220;ดิน&#8221; เห็นคู่ต่อสู้ และเห็นตนเองทั้งอารมณ์ความรู้สึก จิตใจ ทั้งจุดอ่อนจุดแข็งของตนโดยไม่เข้าข้างตนเอง</p>
<p>สังคมไทยได้ก้าวมาถึงจุดที่มีความเป็นไปได้ทุกอย่าง เรามองเห็นการฟอร์มตัวของสิ่งใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังเมฆดำทะมึนหรือไม่ ว่ายังมีดวงสุริยานับพันดวงที่กำลังรอจะฉายแสงออกมา Scott Peck ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า A World is Waiting to Be Born เราตระหนักกันไหมว่า &#8220;สังคมไทยที่มีพลังเข้มแข็งของพลเมืองกำลังรอที่จะผุดบังเกิด&#8221;</p>
<p>พวกเราทุกคนคือผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปลง การเป็นผู้นำที่แท้คือทำสิ่งที่ดีให้เป็นจริง เวลาของผู้นำยุคใหม่มาถึงแล้ว เพราะท่ามกลางความไร้ระเบียบนี่แหละ คือโอกาสที่ระบบที่เราปรารถนากำลังก่อรูป</p>
<p>เห็นหน่ออ่อนอันงดงามมีวุฒิภาวะของเยาวชนเพื่อประชาธิปไตยไหม ?</p>
<p>ทำไมเราคนไทยจึงไม่ช่วยกันให้ความใฝ่ฝันอันดีงามของเด็กๆ เหล่านี้ได้เป็นจริง</p>
<p>ดูภาพใหญ่ที่เป็นอนาคตของชาติเราไว้ ให้แจ่มชัด รักษาอารมณ์ความรู้สึกและความกล้าหาญในการก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ให้ดี อีกไม่นานวันเราจะสู่ &#8220;ภพใหม่&#8221; ของสังคมพลเมืองกันแล้ว</p>
<p>หน้า 7</p>
<p>บทความโดย ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์  ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3775 (2975)</p>
<input type="hidden" id="url22" class="posturl" value="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ab.html" />
					<input type="hidden" id="com22" class="postcom" value="0" />The post <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%ab.html">ทฤษฎีไร้ระเบียบกับซุนหวู่</a> first appeared on <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com">SunDay</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
