<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ใครเอาเนยแข็งของฉันไป | SunDay</title>
	<atom:link href="https://sunday.tripinchiangmai.com/tag/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://sunday.tripinchiangmai.com</link>
	<description>Article</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 May 2017 08:09:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.8</generator>
	<item>
		<title>ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</title>
		<link>https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259b</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Jan 2010 20:15:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Story]]></category>
		<category><![CDATA[ใครเอาเนยแข็งของฉันไป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://sunday.tripinchiangmai.com/?p=244</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่มา: นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน ได้เขียนหนังสือชื่อ WHO MOVED MY CHEESE? มีเรื่องย่อว่า มีตัวละครขนาดจิ๋วอยู่ 4 ตัว วิ่งวนอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง เพื่อเสาะหาเนยแข็งอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต ในนี้มีสองชีวิตเป็นหนู ตัวหนึ่งชื่อ &#8220;สนิฟฟ์&#8221; กับ&#8221;สเคอร์รี่&#8221; ส่วนมนุษย์แคระอีกสองคนชื่อ &#8220;เฮ็ม&#8221;กับ &#8220;ฮอว์&#8221; ทั้งสี่ชีวิตใช้เวลาในแต่ละวันในการวิ่งหาเนยแข็งในเขาวงกตนั้น เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ ใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยใช้จมูกเป็นเครื่องนำทาง พวกมันจะจำทางที่ไม่มีเนยแข็งไว้ แล้ววิ่งไปทางอื่นจนถูกทาง ส่วนคนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ ก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตเข้าช่วย ในที่สุดทั้ง 4 ชีวิต ได้พบกับคลังเนยแข็งขนาดใหญ่ ที่ดูเหมือนมีเนยเพียงพอที่ให้กินไปได้ตลอดชีวิต พวกเขาได้พบแหล่งอาหารอันวิเศษที่แสนสะดวกสบาย และไม่ต้องวิ่งตระเวนหาอีกต่อไป เวลาผ่านไปจนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ทั้ง 4 ชีวิต ได้พบว่าเนยแข็งกำลังจะหมดไป เจ้า สนิฟฟ์ เห็นเช่นนั้นก็ไม่เสียเวลาวิเคราะห์ มันออกวิ่งค้นหาเนยแข็งก้อนใหม่ทันที ส่วนเจ้า สเคอร์รี่ เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามโดยไม่รอช้า [&#8230;]</p>
The post <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b.html">ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</a> first appeared on <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com">SunDay</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ที่มา: นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน ได้เขียนหนังสือชื่อ WHO MOVED MY CHEESE?</p>
<p>มีเรื่องย่อว่า</p>
<p>มีตัวละครขนาดจิ๋วอยู่ 4 ตัว<br />
วิ่งวนอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสลับซับซ้อนแห่งหนึ่ง<br />
เพื่อเสาะหาเนยแข็งอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต<br />
ในนี้มีสองชีวิตเป็นหนู ตัวหนึ่งชื่อ &#8220;สนิฟฟ์&#8221; กับ&#8221;สเคอร์รี่&#8221;<br />
ส่วนมนุษย์แคระอีกสองคนชื่อ &#8220;เฮ็ม&#8221;กับ &#8220;ฮอว์&#8221;<br />
ทั้งสี่ชีวิตใช้เวลาในแต่ละวันในการวิ่งหาเนยแข็งในเขาวงกตนั้น<br />
เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ ใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยใช้จมูกเป็นเครื่องนำทาง<br />
พวกมันจะจำทางที่ไม่มีเนยแข็งไว้ แล้ววิ่งไปทางอื่นจนถูกทาง ส่วนคนแคระ<br />
เฮ็ม กับ ฮอว์ ก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตเข้าช่วย<br />
ในที่สุดทั้ง 4 ชีวิต ได้พบกับคลังเนยแข็งขนาดใหญ่<br />
ที่ดูเหมือนมีเนยเพียงพอที่ให้กินไปได้ตลอดชีวิต<br />
พวกเขาได้พบแหล่งอาหารอันวิเศษที่แสนสะดวกสบาย<br />
และไม่ต้องวิ่งตระเวนหาอีกต่อไป<br />
เวลาผ่านไปจนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ทั้ง 4 ชีวิต<br />
ได้พบว่าเนยแข็งกำลังจะหมดไป เจ้า สนิฟฟ์<br />
เห็นเช่นนั้นก็ไม่เสียเวลาวิเคราะห์ มันออกวิ่งค้นหาเนยแข็งก้อนใหม่ทันที<br />
ส่วนเจ้า สเคอร์รี่ เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามโดยไม่รอช้า สนิฟฟ์ ไปถึงไหน<br />
สเคอร์รี่ ก็ไปที่นั่น<br />
คนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์<br />
ไม่คาดมาก่อนว่าเนยแข็งจะหมดไป เฮ็ม<br />
ถึงกับตีโพยตีพายกล่าวโทษเทวดาฟ้าดินว่า ไม่ยุติธรรมกับเขา<br />
แล้ววิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ว่าเนยแข็งควรจะกลับมาหาเขาอีก<br />
แต่ ฮอว์ ดูจะยอมรับความจริงได้มากกว่า<br />
เขาเริ่มคิดว่า เขาควรทำการเปลี่ยนแปลง เขาจึงชวน เฮ็ม<br />
ให้ออกไปหาเนยแข็งใหม่แบบที่หนูสองตัวกำลังทำอยู่ ปรากฏว่า เฮ็ม<br />
ไม่ยอมรับฟัง ฮอว์ จึงไปสู่เขาวงกตตามลำพัง<br />
และแล้วเจ้าหนูทั้งสองก็ได้พบคลังเนยแข็งแห่งใหม่ที่ดีและใหญ่กว่าเดิม</p>
<p>ฮอว์นั้นแม้จะออกมาช้ากว่าเจ้าหนูทั้งสอง<br />
แต่ในที่สุดเขาก็ได้พบคลังเนยแข็งใหม่ เช่นกัน เขาจึงกลับไปชวน เฮ็ม<br />
ให้ออกมาจากสถานการณ์ที่ไม่มีเนยแข็งเหลืออยู่ แต่ เฮ็ม กลับปฏิเสธ<br />
ทั้งยังไม่ยอมรับเนยแข็งที่ ฮอว์ อุตส่าห์เอาไปฝาก ฮอว์<br />
จึงจำใจต้องปล่อยเพื่อนไว้เช่นนั้น<br />
ระหว่างที่ ฮอว์<br />
ออกมาเผชิญโชคครั้งใหม่ ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทีละน้อย<br />
เขาสรุปสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเขียนไว้บนกำแพงเป็นระยะๆ<br />
&#8220;ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลง คุณอาจจะสูญพันธุ์&#8221;<br />
ฮอว์ สุขสบายอยู่ในคลังเนยแข็งใหม่<br />
แต่ก็ยังคิดและหวังว่า เฮ็มเพื่อนรักจะตามมาตามลายแทง<br />
และข้อคิดที่เขาบอกทางไว้ให้ แล้ววันหนึ่ง ฮอว์<br />
ก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากทางเดินข้างนอก นั่นอาจจะเป็น เฮ็ม ก็ได้ใครจะรู้</p>
<p>4 ชีวิต<br />
เป็นตัวแทนแห่งสัญชาตญาณและความคิดในการตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง<br />
สนิฟฟ์ เป็นผู้ดมกลิ่นการเปลี่ยนแปลงได้ก่อนใคร จึงนำออกไปก่อน<br />
สเคอร์รี่ ไม่คิดอะไรเลย วิ่งตามกระแสอย่างเดียว<br />
เฮ็ม เป็นผู้ปฏิเสธและต่อต้านการเปลี่ยนแปลง<br />
โดยคิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะปรากฏโฉมในทางเลวร้ายกว่าเดิม<br />
ส่วน ฮอว์ เป็นคนเรียนรู้และปรับตัวตามยุคสมัย<br />
เมื่อเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า<br />
ในโลกแห่งธุรกิจ และโลกแห่งการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย<br />
นิทานเรื่องนี้อาจให้แง่คิดที่เตือนให้ผู้คนมองเห็นการเปลี่ยนแปลง<br />
และเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด</p>
<input type="hidden" id="url244" class="posturl" value="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b.html" />
					<input type="hidden" id="com244" class="postcom" value="0" />The post <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b.html">ใครเอาเนยแข็งของฉันไป</a> first appeared on <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com">SunDay</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
