<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สังคมศาสตร์ | SunDay</title>
	<atom:link href="https://sunday.tripinchiangmai.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://sunday.tripinchiangmai.com</link>
	<description>Article</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 May 2017 08:22:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.8</generator>
	<item>
		<title>การประยุกต์ใช้ทฤษฎีความโกลาหลในสังคมศาสตร์</title>
		<link>https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%258e%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Nov 2008 09:48:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Chaos]]></category>
		<category><![CDATA[Chaos Theory]]></category>
		<category><![CDATA[ความโกลาหล]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีความโกลาหล]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีไร้ระเบียบ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://sunday.tripinchiangmai.com/?p=29</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในด้านเศรษฐศาสตร์ การประยุกต์ใช้ทฤษฎีความโกลาหลมีมานานแล้ว และการประยุกต์ใช้ในปัจจุบันมักเป็นไปอย่างรัดกุมคล้ายกับด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ที่กล่าวว่า การประยุกต์ใช้ใน ด้านนี้มีมานานแล้วนั้นสามารถดูได้จาก ผลงานของแมนเดลบรอท (Mandelbrot) ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยสถาปนาศาสตร์แห่งความโกลาหลขึ้นในทศวรรษ 1960 แมนเดลบรอทนำเศรษฐศาสตร์มาผูกกับทฤษฎีความโกลาหล ด้วยการวิเคราะห์อนุกรมตามลำดับเวลาของราคาฝ้าย แล้วพบลักษณะความคล้ายกับตัวเองแบบแฟรกตัล นั้นก็คือลักษณะการเปลี่ยนแปลงราคาฝ้ายเมื่อมองในสเกลรายวันคล้ายกับเมื่อมองในสเกลรายเดือน ในปัจจุบันการวิจัยระบบเศรษฐกิจโดยอาศัยทฤษฎีความโกลาหลนี้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์กำลังดำเนินไปอย่างแข็งขันโดยผลงานวิจัยที่รวมเล่มเป็นหนังสือก็กำลังทยอยพิมพ์ออกมา (โดยเฉพาะที่พิมพ์จาก MIT Press)ในด้านการเงิน วิวาทะเรื่องทฤษฎีความโกลาหลกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะแนวความคิดตามทฤษฎีความโกลาหลได้เพิ่มมุมมองใหม่อันท้าทายให้กับการวิวาทะว่าสมมติฐานเรื่อง “ตลาดมีประสิทธิภาพ” (efficient market) กล่าวโดยย่อ ตลาดการเงินที่มีประสิทธิภาพหมายถึง ตลาดที่ผลของสารสนเทศต่าง ๆ ได้สะท้อนออกมาในราคาของหลักทรัพย์ในตลาดอย่างหมดสิ้นและทันที จุดที่ก่อให้เกิดการวิวาทะก็คือ หากสมมติฐานนี้เป็นจริง ราคาหลักทรัพย์ในตลาดจะแกว่งขึ้นลงแบบสุ่ม (Random Walk) จึงป่วยการที่บรรดานักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทั้งนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและนักวิเคราะห์ปัจจัยเชิงเทคนิคจะพยายามทำนายราคาหลักทรัพย์ หรือแนะนำลูกค้าว่าควรซื้อหลักทรัพย์ใด เพราะผลที่ได้จะไม่มีอะไรดีกว่าให้ลิงจับฉลากเลือก เมื่อเราดูกราฟการขึ้นลงของราคาหลักทรัพย์ที่แสนจะดูเหมือนไร้แบบแผน สมมติฐานนี้ก็ดูเป็นเรื่องน่าเชื่อขึ้นมาการกำเนิดขึ้นของทฤษฎีความโกลาหลได้สร้างความหวังแก่ผู้ที่ไม่เชื่อว่า ตลาดมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพราะหากราคาฝ้ายมีลักษณะความคล้ายกับตัวเองแบบแฟรกตัลล (ซึ่งหมายถึงว่ามันเคลื่อนไหวภายใต้กฎเกณฑ์ที่ตายตัว) ได้แล้ว ทำไมราคาหลักทรัพย์หรืออัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราจึงจะมีลักษณะเช่นเดียวกันไม่ได้ และหากตลาดหลักทรัพย์เป็นระบบโกลาหลแล้ว แม้เราจะทำนายอนาคตระยะไกลของมันไม่ได้ เราก็ยังมีความหวังที่จะทำนายอนาคตระยะใกล้ของมันอย่างไม่คลาดเคลื่อนนัก อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ทั้งฝ่ายที่เชื่อและไม่เชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นเหรือไม่เป็นระบบโกลาหลนั้น คงต้องสนุกกันต่อไปอีกนาน เพราะจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีผลการวิจัยที่ตัดสินอะไรเด็ดขาดออกมาเลย แม้ว่าจะมีหลักฐานมากมายว่ามันเป็นระบบแบบไม่เป็นเชิงเส้นก็ตาม เอกสารอ้างอิงโดย : [&#8230;]</p>
The post <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2.html">การประยุกต์ใช้ทฤษฎีความโกลาหลในสังคมศาสตร์</a> first appeared on <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com">SunDay</a>.]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในด้านเศรษฐศาสตร์ การประยุกต์ใช้ทฤษฎีความโกลาหลมีมานานแล้ว และการประยุกต์ใช้ในปัจจุบันมักเป็นไปอย่างรัดกุมคล้ายกับด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ที่กล่าวว่า การประยุกต์ใช้ใน<br />
ด้านนี้มีมานานแล้วนั้นสามารถดูได้จาก ผลงานของแมนเดลบรอท (Mandelbrot) ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยสถาปนาศาสตร์แห่งความโกลาหลขึ้นในทศวรรษ 1960 แมนเดลบรอทนำเศรษฐศาสตร์มาผูกกับทฤษฎีความโกลาหล ด้วยการวิเคราะห์อนุกรมตามลำดับเวลาของราคาฝ้าย แล้วพบลักษณะความคล้ายกับตัวเองแบบแฟรกตัล นั้นก็คือลักษณะการเปลี่ยนแปลงราคาฝ้ายเมื่อมองในสเกลรายวันคล้ายกับเมื่อมองในสเกลรายเดือน ในปัจจุบันการวิจัยระบบเศรษฐกิจโดยอาศัยทฤษฎีความโกลาหลนี้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์กำลังดำเนินไปอย่างแข็งขันโดยผลงานวิจัยที่รวมเล่มเป็นหนังสือก็กำลังทยอยพิมพ์ออกมา (โดยเฉพาะที่พิมพ์จาก MIT Press)ในด้านการเงิน วิวาทะเรื่องทฤษฎีความโกลาหลกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะแนวความคิดตามทฤษฎีความโกลาหลได้เพิ่มมุมมองใหม่อันท้าทายให้กับการวิวาทะว่าสมมติฐานเรื่อง “ตลาดมีประสิทธิภาพ” (efficient market) กล่าวโดยย่อ ตลาดการเงินที่มีประสิทธิภาพหมายถึง ตลาดที่ผลของสารสนเทศต่าง ๆ ได้สะท้อนออกมาในราคาของหลักทรัพย์ในตลาดอย่างหมดสิ้นและทันที จุดที่ก่อให้เกิดการวิวาทะก็คือ หากสมมติฐานนี้เป็นจริง ราคาหลักทรัพย์ในตลาดจะแกว่งขึ้นลงแบบสุ่ม (Random Walk) จึงป่วยการที่บรรดานักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทั้งนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและนักวิเคราะห์ปัจจัยเชิงเทคนิคจะพยายามทำนายราคาหลักทรัพย์ หรือแนะนำลูกค้าว่าควรซื้อหลักทรัพย์ใด เพราะผลที่ได้จะไม่มีอะไรดีกว่าให้ลิงจับฉลากเลือก เมื่อเราดูกราฟการขึ้นลงของราคาหลักทรัพย์ที่แสนจะดูเหมือนไร้แบบแผน สมมติฐานนี้ก็ดูเป็นเรื่องน่าเชื่อขึ้นมาการกำเนิดขึ้นของทฤษฎีความโกลาหลได้สร้างความหวังแก่ผู้ที่ไม่เชื่อว่า ตลาดมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพราะหากราคาฝ้ายมีลักษณะความคล้ายกับตัวเองแบบแฟรกตัลล (ซึ่งหมายถึงว่ามันเคลื่อนไหวภายใต้กฎเกณฑ์ที่ตายตัว) ได้แล้ว ทำไมราคาหลักทรัพย์หรืออัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราจึงจะมีลักษณะเช่นเดียวกันไม่ได้ และหากตลาดหลักทรัพย์เป็นระบบโกลาหลแล้ว แม้เราจะทำนายอนาคตระยะไกลของมันไม่ได้ เราก็ยังมีความหวังที่จะทำนายอนาคตระยะใกล้ของมันอย่างไม่คลาดเคลื่อนนัก อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ทั้งฝ่ายที่เชื่อและไม่เชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์เป็นเหรือไม่เป็นระบบโกลาหลนั้น คงต้องสนุกกันต่อไปอีกนาน เพราะจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีผลการวิจัยที่ตัดสินอะไรเด็ดขาดออกมาเลย แม้ว่าจะมีหลักฐานมากมายว่ามันเป็นระบบแบบไม่เป็นเชิงเส้นก็ตาม</p>
<p>เอกสารอ้างอิงโดย : ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์</p>
<input type="hidden" id="url29" class="posturl" value="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2.html" />
					<input type="hidden" id="com29" class="postcom" value="0" />The post <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2.html">การประยุกต์ใช้ทฤษฎีความโกลาหลในสังคมศาสตร์</a> first appeared on <a href="https://sunday.tripinchiangmai.com">SunDay</a>.]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
